Fiction

[Touhou Fanfic] The Charming Nuisance (Part 2 END)

posted on 25 Aug 2011 18:16 by luscious-furly in Fiction, Touhou
ตอบคอมเม้นท์จากเอนทรี่ที่แล้วนะคะ XD
 
#1 By Tatsuya : ฮาา ค่ะ ชอบมาก เริ่มวาดจากพวกนี้ก่อนเลยล่ะค่ะเเล้วค่อยอัพเกรดเป็นคนอย่างที่เห็น
#2 By manga :เอาไปเลยค่ะ lol ขอบคุณมากค่ะ
#3 By Bel_nami ฮาาา ขอบคุณมากค่ะ XD
#4 By KiRiGa ขอบคุณมากค่ะพี่ ;w; ก็ ค่ะ XDD ชอบโปเกม่อน ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่นะ
#5 By KL_PaNg [Kiri] ขอบคุณมากต้ะ //คอมพี่มันเจ้งเลยแสกนไม่ได้ ไม่งั้นก็มีโคมาจิแล้ว ฮาาา
#6 By vanilla ฮาาาา แต้งกิ้วมากต้ะ //เฟอร์ลี่น่ะ ร่างแมวเมะ ร่างคนเคะนะ lol
#7 By .::Yono'Sama::. ฮาาา ขอบคุณมากค่ะพี่โนะ XD
#8 By จูเชว่ เอาไปเลยค่ะพี่น้ำ ฮาาา ขอบคุณมากค่ะ
#9 By adamie ขอบคุณมากค่ะ >3<
#10 By ~[WeRrI@N]~ อืม
#11 By พลทหารชั้นสอง ขอบคุณค่ะ เมื่อก่อนนี่วาดคนแทบไม่ได้เลย XD
#12 By Strawberry_นๅงๅตะ ฮาาา สู้ต่อไปค่ะะะ ขอบคุณมากค่ะ
#13 By KaMoBee ไม่หรอก อย่าพูดแบบนั้นสิ คนเรามันก็มีดีกันคนล่ะอย่างน่า เมื่อก่อนนี้ข้าวาดรูปคนไม่ได้เลยนะเออ สู้ต่อไป
#14 By Yumeyuki_Yamano ขอบคุณมากค่ะะะะ >3<
#15 By wazabi34 ถ้าให้เป็นหมาก็จะหมา แต่ถ้ามองเป็นแมวก็จะเป็นแมวค่ะ lol ตัวละครของคนอื่นเค้าน่ะค่ะ เอาหลายๆอย่างผสมกัน ฮาา ขอบคุณมากค่ะพี่
#16 By Stack แหม ก็รักโทโฮจริงๆนี่นา xDD ขอบคุณมากต้ะ //กอด
 
--------------------------------------------------------------------------------
 
ความจริงแล้ว วันนี้ 25/08  เป็นวันเกิดของลิงข้างๆบล้อก ค่ะ
 
HBD นะฮ๊าฟว์ลิงขรึสสสสสส์ ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง เคขึ้นอึ๋มขึ้น(วอท?) เรียนเก่งๆ.... ไม่ดิ เก่งอยู่แล้วนี่หว่า lol ขายของได้กำไรมากมายยยยย (แล้วเอากำไรมาเลี้ยงซาลาเปาเพื่อน)
 
วาดรัฟเมดี้จังให้เป็นของขวัญ แต่ยังไม่ได้สแกน... lol ฮาาา
 
 
 
 
และเนื่องด้วยคอมข้ายังใช้ไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถแสกนรัฟได้เหมือนเคย น่าเศร้าใจยิ่งนัก
 
แต่นั่นก็อาจเป็นข้อดีที่ทำให้อิเฟอร์ได้เขียนฟิคต่อจนเสร็จ.. (ลืมกันรึยังเนี่ย lol)
 
มาลงพาร์ทจบค่ะ พาร์ทสุดท้ายแล้ว และต่อจากนี้ก็คงจะไม่ได้เขียนอีกนานเลยล่ะค่ะ XD ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ
 
--------------------------
 
*คำเตือน* ยูริ แต่ไม่มาก XD อ่านได้ทุกเพศทุกวัยนะตัวว์~
 
Part1         Part2 (END)
 
 
-------------------------------------------------------------------
Title: The Charming Nuisance
 
Pairing: Shikieiki x Komachi
 
Origin: Touhou
 
Warning: none
 
Rate: G (General)
--------------------------------------------------------------------
 
 

(Part 2)

 

            หลังชิกิเอย์คิพาโคมาจิที่ตัวหดเล็กลงอย่างไม่ทราบสาเหตุไปให้แพทย์ตรวจดู แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้คลายข้อสงสัยได้มากเท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม เอย์รินก็จ่ายยามาให้แล้ว ยังนับว่าดีกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

            "สรุปว่าถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้อยู่ดีสินะคะถ้าทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้"

            "ขนาดหมอยังไม่รู้ คนอื่นก็คงจนปัญญาแล้วล่ะ"

           

            ทั้งสองบินกลับมาที่มุเอนซึกะ..

            แต่ดูเหมือนจะมีเหตุการณ์ที่น่าตกใจเสียยิ่งกว่าเหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้น ..

 

            "ท.. ท่านชิกิคะ ..."

            "หืม มีอะไรรึ?"

            "ค.. คือว่า .."

            โคมาจิหน้าซีด ขณะพยายามเรียบเรียงคำพูดอย่างละล่ำละลัก สีหน้าแสดงถึงความตกใจอย่างเห็นได้ชัด

 

            "ค.. เคียวยมทูตที่วางไว้ตรงนั้น ..... มันไม่อยู่แล้วน่ะสิคะ!! .."

            "เอ๊ะ?"

            ถูกอย่างที่พูด ยมบาลมองหาวี่แววของอาวุธสุดอันตรายที่ลูกน้องของเธอถือไปไหนมาไหนด้วย แต่กลับไม่เห็น ทั้งๆที่ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังเรือนนิรันดร์ ยังวางไว้ใกล้ๆโคนมุราซาคิโนะซากุระนี่แล้วแท้ๆ

            อีกอย่างที่นี่ไม่ใช่ที่ๆมนุษย์ปกติทั่วไปจะมาเที่ยวเล่น หรือต่อให้เป็นโยวไคก็ตามที

            "แปลกจริง จะหายไปได้ยังไงละนั่น อาวุธที่ใหญ่ขนาดนั้นน่ะ"

            "อ่ะ.. ท่านชิกิคะ มีกระดาษโน้ตวางไว้ตรงนี้ด้วย ..."

            "ก.. กระดาษโน้ต?"

           

            สมัยนี้เวลาขโมยของเค้าต้องแปะโน้ตเอาไว้ด้วยเรอะ? ....

           

            โคมาจิหยิบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ถูกเขียนด้วยลายมืออ่านยากขึ้นมาแล้วส่งให้ยมบาลผู้เป็นนาย ร่างเล็กเพ่งอ่านตัวอักษรอย่างยากลำบาก

 

            'ถึงคุณยมทูตจอมขี้เกียจ

            ไม่มีอะไรให้ทำเลย เพราะฉะนั้นจะขออาวุธของคุณไปก่อนละนะ ถ้าอยากได้คืนละก็ ขึ้นมาหาฉันบนสวรรค์ซะสิ

 

                                                                                    ลงชื่อ ฮินะนาอิ เทนชิ'

 

            "จ่าชื่อผู้รับได้ตรงดีนี่นา.." ชิกิเอย์คิพูดติดตลก

            "ไปสวรรค์กันเถอะค่ะท่านชิกิ.."

            ยมทูตร่างจิ๋วเงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้เป็นนายด้วยแววตาที่จริงจัง

            "แล้วเธอตัวเล็กแค่นี้เนี่ยนะ ..."

            "แล้วจะปล่อยไว้แบบนั้นน่ะเหรอคะ?"

 

            ... อา

 

            'นานแล้วที่ไม่ได้เห็นแววตาแบบนี้ สงสัยว่างวดนี้ท่าจะเอาจริงแฮะ..' ยมบาลคิดในใจ

            โคมาจิเขย่งเท้าเอื้อมมือไปหยิบถุงยาที่เอย์รินให้มาจากมือชิกิเอย์คิ ก่อนจะคว้าเม็ดยาเล็กๆเข้าปากแล้วกลืนลงไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเจ้านายที่ยืนมองด้วยท่าทางตกใจสุดขีด จะห้ามก็ไม่ทันแล้วด้วย

 

            "ฮ... เฮ้ย!! ทำอะไรของเธอน่ะ!!!!"

            "กินยาไงคะ เอาล่ะ ทีนี้ก็ไปกันเถอะค่ะ"

            ไม่รอฟังคำห้ามของร่างเล็กผู้เป็นนายเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะพูดตอนนี้แต่โคมาจิก็บินขึ้นไปซะแล้ว สิ่งที่ทำได้ตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว คือต้องยอมทำตามเจ้าหล่อนดู แม้ว่าจะดูเอาแต่ใจไปบ้างก็ตาม

            "พอเอาจริงขึ้นมาก็หยุดยากชะมัด.. ดื้อจริงๆให้ตาย"

             ชิกิเอย์คิถอนหายใจแล้วเหาะตามขึ้นไปบนผืนฟ้า

 

 

 

 

            ครู่ต่อมา

            ยมบาลใช้เวลาไม่นานนักในการไล่ตามลูกน้องซึ่งตัวหดเล็กลง ทั้งคู่จึงมายืนอยู่บนผืนสวรรค์พร้อมกัน

 

            เมื่อมาถึงก็พบว่า เทวดาเจ้าของจดหมายและลายมือสุดห่วยได้ยืนรออยู่แล้ว พร้อมข้ารับใช้แห่งวังมังกรข้างกายและเคียวยมทูตของโคมาจิ เทนชิขยับมุมปากยิ้มให้อย่างท้าทาย

            "มาเร็วดีนี่นา.. ว่าแต่ทำไปทำอีท่าไหนถึงเหลือตัวแค่นั้นล่ะหืม?"

            "เรื่องของฉันเถอะน่ะ! เอ้า คืนอาวุธของฉันมาได้แล้วยัยเทวดานิสัยเสีย!"

            "โห?.. ปากดีเหมือนกันนะเธอเนี่ย กำลังคิดว่าจะคืนให้อยู่แล้วนะ ถ้าเธอพูดขอฉันดีๆน่ะ"

            เจ้าตัวเล็กกัดฟันกรอดพลางจ้องหน้าเทวดาที่ส่งยิ้มกวนประสาทมาให้

           

            "เอ้า ว่าไงล่ะ"

            "ไม่มีทางซะหรอก"

            เทนชิหัวเราะเบาๆ

            "เธอเป็นคนเลือกเองนะ .."

 

 

            ตราบใดที่เท้ายังยืนอยู่บนโลกที่ชื่อว่าเกนโซเคียวแห่งนี้..

            ถ้าเจรจาด้วยคำพูดดีๆไม่เป็นผลละก็ ..

 

            ดันมาคุกันซักตั้งมันจะเป็นไรไป!!

 

             มือของเทนชิคว้าสเปลการ์ดออกมาอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกใจของคนรอบข้าง กระบี่สีแดงฉานแห่งฮิโซวเทนถูกอัญเชิญขึ้นมาบนมือขวาของเทวดาผู้เป็นเจ้าของ

            "ด.. เดี๋ยวสิคะ ถ้าทำแบบนี้เดี๋ยวจะโดนดุเอาหรอกนะคะ .."

            "อย่าห้ามฉันนะอิคุ!! เธอแค่เงียบๆไว้ก็พอแล้วนี่"

            อิคุขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเล็กน้อยแล้วถอนหายใจ

            "งั้นก็เชิญตามสบายเถอะค่ะ.."

 

            "ชิ.. มาบ้าอะไรเอาตอนนี้ละเนี่ยยัยนั่น.."

            ยมทูตร่างจิ๋วบ่นพึมพำ

            "โคมาจิ แล้วเธอจะเอาอะไรไปสู้ล่ะ.."

            "วางใจได้น่า!"

            โคมาจิยิ้มให้แล้วควักสเปลการ์ดออกมาพลางจะร่ายชื่อสเปล

            แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้..

 

            .....มีสเปล... แต่ไม่มีอาวุธ ....

 

            ..เวรละ..

 

            ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นชูกระบี่ขึ้นควงอย่างชำนาญ ริมฝีปากของเทนชิกล่าวร่ายชื่อสเปล แล้วแทงกระบี่พรวดลงปักบนผืนพสุธา พื้นสวรรค์เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงราวจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เศษหินปะทุหลุดออกมากพื้นดินออกมาเป็นลิ่มๆ เสียงหินที่เสียดทะลุขึ้นจากผืนดินดังขึ้นพร้อมกับเสียงที่ตะโกนประกาศชื่อสเปลอย่างกึกก้องของเทนชิ

           

            "ยันต์ปฐพี [กระบี่ที่ไม่ย่อยอมต่อผืนปฐพี] !!!"

           

            สิ้นเสียงนั้น ชะง่อนหินขนาดใหญ่แทงทะลุขึ้นมาจากพื้นดินต่อกันเป็นทอดๆและพรุ่งตรงมาอย่างรวดเร็วที่ยมทูตร่างจิ๋ว ฝุ่นสีน้ำตาลเทาฟุ้งกระจายไปรอบทิศ โคมาจิยกมือขึ้นมาป้องกันตัวเองเอาไว้ด้วยสัญชาตญานพลางคิดวิธีเอาตัวรอด

 

            ..แค่เหรียญซัดยมทูตคงหยุดสเปลแบบนี้ไม่ไหวแน่..

            .. จะต้องแพ้ตอนนี้เนี่ยนะ ..

 

 

            ฟึบ!

            ครืนน!!

 

            เสียงสองเสียงที่ดังขึ้นไล่เลี่ยกัน ไม่รู้สึกถึงแรงของแผ่นดินที่สั่นไหวอีกต่อไป โคมาจิลืมตาที่ปิดหยีแน่นเมื่อครู่ ฝุ่นที่ฟุ้งขึ้น

คละคลุ้งอีกครั้งก่อนจะค่อยๆหายไป

            เบื้องหน้าของเจ้าตัวเล็ก คือชิกิเอย์คิที่ควักสเปลการ์ดขึ้นมาลบล้างสเปลของเทนชิได้อย่างเฉียดฉิวปานเส้นยาแดงผ่าแปด

 

            "ยันต์พิพากษา [Last Judgement].."

            "ท.. ท่านชิกิ~" โคมาจิตะโกนด้วยความโล่งอก 

            เทวดาที่ถูกโจมตีสวนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอด้วยความไม่พอใจ

            "เบรคสเปลของฉันได้ในพริบตา.. ไม่เบาเหมือนกันนี่นา ท่านเอนมะ.."

            "คนๆนี้เป็นของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แม้กระทั่งสเปลของเธอก็ด้วย.."

            เทนชิกัดฟันกรอด

            "ถ้ายังไม่อยากจะไปฮิกันตอนนี้ละก็ รีบๆส่งอาวุธนั่นมาได้แล้ว"

 

            อิคุตั้งท่ากระตุกชายอาภรณ์สวรรค์เตรียมเข้าไปช่วย แต่เทนชิยกมือปรามไว้ก่อน

            "ท..ท่านเทนชิ?"

            "ไม่ต้องหรอกอิคุ.."

            "ค.. คะ?"

 

            เทนชิเก็บเด็คสเปลการ์ดอย่างเงียบๆ แล้วหันมาพูดกับท่านยมบาลร่างเตี้ย

            "เอาล่ะๆ ไม่ต้องขู่กันถึงขนาดนั้นก็ได้มั้ง ยังไงซะฉันก็ไม่มีทางไปฮิกันกับพวกหล่อนอยู่แล้วล่ะ.."

            "...?"

            "อาวุธเนี่ย.. ฉันจะคืนให้ก็ได้ แค่ยืมมาเฉยๆแก้เบื่อน่ะ .. แต่จะคืนให้ดีๆมันก็คงจะง่ายไปสินะ"

            "หมายความว่ายังไง?"

 

            เทวดายักไหล่กวนประสาท แล้วเดินไปยังขอบผืนดินของสวรรค์ หากมองลงไปจะพบแต่เมฆสีขาวราวปุยนุ่นลอยอยู่เต็มเหมือนก้อนสำลี และภายใต้ก้อนเมฆสีขาวเหล่านั้น.. คือระดับความสูงจากพื้นดินขึ้นมาถึงที่นี่..

            ฉับพลันนั้นเทนชิก็ปล่อยมือที่ถือเคียวยมทูตอย่างง่ายดาย อาวุธขนาดใหญ่หลุดมือลงไป ณ เบื้องล่าง

อย่างรวดเร็ว

            "เอ้า ทีนี้ก็ลงไปงมกันเองละกันนะ... เฮ้ย???"

            เจ้าของอาวุธเมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่ต้องรอให้เทวดากล่าวเย้ยใดๆทั้งสิ้น โคมาจิวิ่งสุดฝีเท้าก่อนจะกระโดดลงจากขอบพสุธาสวรรค์ ทะลุผ่านหมู่เมฆและหายไปในผืนนภาสีขาวนวล ท่ามกลางความตกใจของเทนชิและอิคุ

            "ก.. ก็คิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ แต่ไม่นึกว่าจะกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้นะเนี่ย.."

            "พูดอะไรของเธอน่ะ?.. " ชิกิเอย์คิยักคิ้ว

            "หา..?"

            "ความสามารถของยัยนั่นน่ะ คือการ 'ควบคุมระยะทาง'นะ .. เพราะฉะนั้นต่อให้สูงซักแค่ไหน ยัยนั่นก็คงตามอาวุธได้ทันแบบง่ายๆเลยล่ะ.."

            เทนชิเบิกตากว้าง

            "เอาละ.. ทีนี้ จะเอายังไงต่อดีนะ?"

            ".. ไม่เอาแล้ว!! พอแล้วล่ะ ฉันไม่เล่นด้วยแล้ว"

            เทนชิเดินกระเเทกเท้าปึงๆกลับมาด้วยความหงุดหงิดที่การแกล้งคนไม่เป็นผล ก่อนจะช้อนตัวอิคุขึ้นมาอย่างง่ายดาย

คนถูกอุ้มตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร เพียงแต่ใบหน้าใสนั่นขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย

            "ไปกันเหอะอิคุ"

            "เอ่อ.. ค่ะ"

           

 

            ......

 

 

            ครู่ใหญ่ต่อมา

            ชิกิเอย์คิตามลูกน้องของตนจากพื้นสวรรค์ลงมายังเบื้องล่าง ที่มุเอนซึกะแห่งนี้ นัยย์ตาสีไพลินกวาดมองรอบๆสถานที่ที่คุ้นเคยเพื่อมองหายมทูตจอมขี้เกียจ

            “ท่านชิกิคะ!! ท่านชิกิ!!”

            เสียงใสตะโกนขึ้นอย่างร่าเริง เรียกให้ยมบาลหันไปทางต้นเสียงบริเวณต้นซากุระที่ตั้งตระหง่าน ณ เนินบุปผานรกแห่งนี้ พลางเร่งฝีเท้าตามเสียงอันคุ้นเคยนั้นไปเรื่อยๆจนเจอตัว

            “ดูสิๆ กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะ”

            “อ้าว ดีใจด้วยน... เฮ้ยย!! “

            “?? คะ?? มีอะไรงั้นเหรอคะ”

            ร่างที่เคยเล็กจิ๋วนั้นกลับมามีขนาดและความสูงเท่าเดิมแล้ว นั่นก็จริงอยู่ แต่สิ่งที่ยมบาลเห็นกลับไม่ได้มีแค่นั้น ..

            “ต... ต่อจากตัวเล็ก.. ก็เป็นหูแมวต่อเหรอเนี่ย.”

            “หู..แมว? อ๊ะ!!!”

            โคมาจิยกมือขึ้นคลำบริเวณศีรษะของตน สัมผัสที่ได้จากปลายนิ้วทำให้เจ้าตัวเดาได้ว่ามันน่าจะเป็นหูของสัตว์ ขนที่อยู่บนนั้นดูฟูนุ่ม ทั้งยังกระดิกเคลื่อนไหวไปมาโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียง เมื่อหันกลับมามองที่หลังก็พบกับหางแมวที่ปกคลุมไปด้วยขนสัตว์สีดำ แลดูน่ากอด

            “ว.. หวา.... นี่ฉันกลายเป็นตัวอะไรไปแล้วเนี่ย.. ท่านชิกิคะ.. ท่านชิกิ!! ฟังอยู่รึเปล่าคะ!! “

            “โคมาจิ!!!!!!!”

            ไม่ฟังเสียงเรียกร้องใดๆทั้งสิ้น ชิกิเอย์คิโถมตัวเข้าโผกอดสาวน้อยหูแมวที่นั่งอยู่ทันทีด้วยใบหน้าเคลิบเคลิ้มปนหลงไหล ในขณะที่คนข้างล่างได้แต่ดิ้นไปมา แต่ใบหน้าสะสวยนั้นกลับมีสีแดงระเรื่อบ่งบอกถึงความเขินอาย

           

 

 

END.

 

-------------------------------

 

 

บทส่งท้าย

 

            เรือนนิรันดร์

 

            “..อ้าว.. ตายจริง.. จ่ายยาผิดขวดเหรอเนี่ย แย่จังแฮะ.. แต่ยานั่นคงไม่มีผลข้างเคียงอะไรมากหรอกมั้ง”

            เอย์รินย่นจมูกเล็กน้อยก่อนจะเก็บขวดยาอื่นๆเข้าชั้น สักพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงบานประตูเลื่อนเบาๆ พร้อมกับร่างของกระต่ายจันทราผู้เป็นลูกศิษย์ของเธอ

            “กลับมาแล้วค่ะ”

            “กลับมาแล้วเหรออุด้งเกะ ของที่ฉันฝากล่ะ”

            “ได้ตามที่สั่งครบค่ะ จริงสิ.. อาจารย์คะ เมื่อครู่นี้มีคนฝากยาตัวหนึ่งมาให้อาจารย์แหละค่ะ เห็นว่าไม่รู้จะเก็บไว้ทำไมก็เลยฝากมาให้”

            “อื๋อ? เอามาสิ”

            “เอ่อ..” อุด้งเกะอ้ำอึ้ง “...ชั้น.... ทำมันตกไปแล้วล่ะค่ะ”

            ได้ฟังดังนั้น หมอยาก็ตีสีหน้าเบื่อหน่ายปนระอาใจ

            “หา... โธ่เอ้ย.. ทำไมถึงซุ่มซ่ามแบบนี้นะ.. ยาบางตัวถ้าตกไปล่ะอันตรายมากเลยนะ แล้วไปทำตกไว้แถวไหนล่ะ”

            “มุเอนซึกะ.. ตอนแวะไปหาของให้อาจารย์แถวนั้นแหละค่ะ”

            “มุเอนซึกะ... งั้นเหรอ”

            เอย์รินทำท่าคิดอยู่พักหนึ่ง ฝ่ายลูกศิษย์เมื่อเห็นบรรยากาศรอบข้างเงียบลงอย่างกะทันหันก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวคำขอโทษเสียงอ่อย แต่เอย์รินกลับยิ้มบางพลางหัวเราะคิก

            “ไม่ต้องขอโทษหรอกอุด้งเกะ ไม่มีอะไรแล้วล่ะ”

            “เอ๋?? ระ.. รู้ได้ยังไงว่า..”

            “สงสัยจะเป็นยาที่มีผลต่อขนาดตัวละมั้ง.. เมื่อตอนเที่ยงมีคนไข้มาหาน่ะ ไม่รู้หรอกนะว่าโดนฤทธิ์ยาได้ยังไง แต่ตอนนี้ก็คงจะกลับเป็นปกติแล้วล่ะ”

            “เอ้ะ??”

            อุด้งเกะได้แต่งงกับคำพูดของอาจารย์ ในขณะที่เอย์รินยังคงหัวเราะเบาๆ

 

----------------------------------------------------------

 

 

จบแอ้ววววววววววววววว ;w; ดีใจจจจจจจจจจจจจจจ

 

เรื่องคำแทนตัวของโคมาจิ อ่านจากบทสนทนาภาค 9 และ 10.5 รู้สึกว่า โคมาจิจะใช้คำแทนตัวว่า "ฉัน" โดยเฉพาะกับชิกิเอย์คิ ส่วน "เค้า" นั้นจะมีหลุดออกมาบ้างตอนลืมตัว แล้วก็ดูเหมือนจะเป็นคำที่เจ้าตัวถนัดที่สุดด้วย

 

ถ้าเข้าใจผิดตรงไหนช่วยชี้แจงได้นะคะ ;w; เอาเป็นว่าฟิคเรื่องนี้ขอใช้คำว่า "ฉัน" ก็แล้วกันค่ะ

 

ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามมาอ่านทั้ง 2 พาร์ทนะคะ XDDD

ไปล่ะค่ะ พบกันเอนทรี่หน้าาาา


 

ปล1. ตะกี้พิมพ์เสร็จ กดอิดิทแปปเดียวหายไปครึ่งเอนทรี่ โฮวววว orz'''

ปล2. เอาเป็นว่า เสาร์อาทิตย์นี้ไปเที่ยวเขาใหญ่นะ ไม่อยู่บ้าน

ปล3. ตอนนี้โรล EH บ่อยมากเหอะะะ ลงอีกตัวดีมะ #ไม่ดี //เขยอย่างรุกเหอะะ >3< วั้ยยยย

ปล4. ชั่งใจอยู่ระหว่าง ez   epdแล้วก็ ebf .... แต่น่าจะลง epd ส่วน ebf ยังไม่แน่ใจ

ปล5. พอละ..........................